หลายคนคิดว่าไทยอยู่ไกลจากแนวรอยเลื่อน แต่ความจริงคือ ประเทศไทยมีรอยเลื่อนที่ยังมีพลังงาน (Active Fault) อยู่หลายแห่ง และแผ่นดินไหวขนาดระดับปานกลางเคยเกิดขึ้นและสร้างความเสียหายแล้ว
รอยเลื่อนหลักในประเทศไทย
รอยเลื่อนที่สำคัญและยังมีพลังงาน:
- รอยเลื่อนแม่ทา (เชียงใหม่-ลำพูน) — ยาวประมาณ 70 กม.
- รอยเลื่อนเมย-อุทัยธานี — ยาวกว่า 250 กม. ผ่านภาคตะวันตก
- รอยเลื่อนเถิน (ลำปาง) — เกิดแผ่นดินไหว M5.1 ปี 2554
- รอยเลื่อนพะเยา — เกิดเหตุสำคัญปี 2557 (M6.3 พะเยา)
กรุงเทพฯ แม้จะอยู่ห่างจากรอยเลื่อน แต่เนื่องจากตั้งบนชั้นดินอ่อนหนา แผ่นดินไหวระดับปานกลางที่เกิดห่างออกไปอาจขยายแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่าพื้นที่บนดินแข็ง
อาคารประเภทไหนเสี่ยงมากที่สุด?
- อาคารเก่า ที่ก่อสร้างก่อนปี 2540 ที่ยังไม่ใช้มาตรฐาน Seismic Design
- อาคารสูง บนดินอ่อนในกรุงเทพฯ
- โกดัง/โรงงานขนาดใหญ่ ที่ใช้โครงเหล็กเบา ไม่มี Lateral Bracing
- อาคาร Pre-engineered Steel ที่ไม่ได้ออกแบบรับแรงแผ่นดินไหว
มาตรฐาน Seismic Design ในไทย
กรมโยธาธิการและผังเมืองออก มยผ. 1301-61 และ มยผ. 1302-61 เป็นมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านแผ่นดินไหวสำหรับประเทศไทย แบ่งพื้นที่เป็น 4 โซน (0-3) ตามระดับความเสี่ยง
โรงงานและอาคารสำคัญใน โซน 2 และ 3 (ภาคเหนือและตะวันตก) ต้องออกแบบให้รับแรงแผ่นดินไหวตามมาตรฐานนี้
สิ่งที่เจ้าของอาคารควรทำ
ถ้าอาคารยังไม่ได้สร้าง:
- ให้วิศวกรที่รู้ Seismic Design ออกแบบตั้งแต่ต้น
- ระบุในสัญญาให้ชัดว่าต้องผ่านการตรวจ มยผ. 1301/1302
ถ้าอาคารสร้างแล้ว:
- ให้วิศวกรประเมิน Seismic Vulnerability (ความเสี่ยง)
- ถ้าไม่ผ่าน — มีระบบ Retrofit เสริมโครงสร้างได้ เช่น เพิ่ม Shear Wall, Bracing Frame, หรือ Base Isolation
Brace 2008 มีประสบการณ์ออกแบบและ Retrofit อาคารเพื่อต้านแผ่นดินไหว ตามมาตรฐาน มยผ. และ ASCE 7 ปรึกษาฟรีไม่มีข้อผูกมัด